Browse By

Tag Archives: ฟุตบอลยุโรป

Philipp Lahm: ฟูลแบ็กที่เล่นได้ทั้งซ้ายและขวาอย่างสมบูรณ์แบบ

Philipp Lahm: ฟูลแบ็กที่เล่นได้ทั้งซ้ายและขวาอย่างสมบูรณ์แบบ คือหนึ่งในตัวอย่างคลาสสิกของนักฟุตบอลที่ทำลายข้อจำกัดของตำแหน่งในสนาม เขาไม่ใช่แค่แบ็กซ้ายสำรอง หรือแบ็กขวาตัวเลือกสอง แต่คือผู้เล่นที่สามารถลงสนามฝั่งไหนก็ได้ และรักษามาตรฐานระดับโลกได้อย่างสม่ำเสมอ ในโลกฟุตบอลที่ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางกลายเป็นสิ่งสำคัญ Lahm กลับพิสูจน์ให้เห็นว่า “ความยืดหยุ่น” คืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด จุดเด่นที่ทำให้เล่นได้สองฝั่ง การเล่นทั้งแบ็กซ้ายและแบ็กขวาไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมุมมองเกม ทิศทางการเปิดบอล และจังหวะการเติมเกมแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ Lahm มีคุณสมบัติสำคัญ 4 อย่าง นี่คือเหตุผลที่ทั้ง FC Bayern Munich และ Germany national football team วางใจเขาในทุกสถานการณ์ จากแบ็กซ้ายในฟุตบอลโลก 2006 ในศึกฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมนีเป็นเจ้าภาพ Lahm แจ้งเกิดเต็มตัวในตำแหน่งแบ็กซ้าย เขายิงประตูสุดสวยในนัดเปิดสนาม และแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจเกินวัย แม้จะถนัดขวา แต่การเล่นฝั่งซ้ายของเขากลับลื่นไหลอย่างไม่น่าเชื่อ นี่คือสัญญาณแรกว่าเขาไม่ใช่ฟูลแบ็กธรรมดา

Philipp Lahm กับแท็กติก False Full-Back ของ Pep Guardiola

Philipp Lahm กับแท็กติก False Full-Back ของ Pep Guardiola คือหนึ่งในกรณีศึกษาทางแท็กติกที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในฟุตบอลยุคใหม่ เพราะมันไม่ใช่แค่การเปลี่ยนตำแหน่งผู้เล่นธรรมดา แต่คือการเปลี่ยน “นิยามของฟูลแบ็ก” ไปโดยสิ้นเชิง เมื่อ Pep Guardiola เข้ามาคุมทีม FC Bayern Munich ในปี 2013 หลายคนคาดหวังฟุตบอลสไตล์ครองบอลอันเป็นเอกลักษณ์ แต่สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดคือการจับกัปตันทีมอย่าง Philipp Lahm ขยับเข้ามาเล่นเป็นมิดฟิลด์ในจังหวะครองบอล และนั่นคือจุดเริ่มต้นของคำว่า “False Full-Back” หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า Inverted Full-Back False Full-Back คืออะไร? โดยปกติฟูลแบ็กจะยืนชิดเส้น เติมเกมรุกด้านข้าง และช่วยเกมรับริมเส้น แต่ในระบบของ Guardiola ฟูลแบ็กจะขยับเข้ามากลางสนามในจังหวะทีมครองบอล เป้าหมายมี 3 อย่างหลัก

Philipp Lahm กับบทบาทกัปตันทีมชาติเยอรมนีชุดแชมป์โลก 2014

Philipp Lahm กับบทบาทกัปตันทีมชาติเยอรมนีชุดแชมป์โลก 2014 คือเรื่องราวของผู้นำที่ไม่ได้ใช้เสียงตะโกน แต่ใช้สมอง ความนิ่ง และการตัดสินใจที่แม่นยำพาทีมไปสู่จุดสูงสุดของโลกฟุตบอล การคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2014 ไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่มาจากโครงสร้างทีมที่แข็งแกร่ง วินัย และผู้นำที่เข้าใจเกมลึกซึ้งที่สุดคนหนึ่งในยุคนั้น เมื่อพูดถึงแชมป์โลกที่บราซิล ชื่อของ Germany national football team จะถูกจดจำ และในทีมชุดนั้น คนที่สวมปลอกแขนกัปตันคือ Philipp Lahm เส้นทางสู่การเป็นกัปตันทีมชาติ ก่อนจะถึงปี 2014 Lahm ผ่านประสบการณ์ระดับทัวร์นาเมนต์ใหญ่มาแล้วทั้งฟุตบอลโลก 2006, 2010 และยูโรหลายสมัย เขาเติบโตภายใต้การคุมทีมของ Joachim Löw ซึ่งมองเห็นศักยภาพด้านแท็กติกและภาวะผู้นำในตัวเขา หลังยุคของ Michael Ballack บทบาทผู้นำในทีมเริ่มเปลี่ยนผ่าน Lahm ได้รับความไว้วางใจให้เป็นกัปตันทีมแบบถาวร และเขากลายเป็นแกนหลักของทีมอย่างแท้จริง สิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างคือ